หอมหัวใหญ่ที่เป็นที่นิยมบริโภคของผู้คนทั้งประเทศนั้นมีสรรพคุณมากมาย เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารและวิตามินหลายชนิด ช่วยป้องกันโรค และอาการหลายอย่าง เช่น ป้องกันมะเร็งลำไส้ สลายลิ่มเลือด ลดอาการปวดอักเสบ แก้หวัด คัดจมูก แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องร่วง ช่วยขับปัสสาวะ ลดไขมันในเส้นเลือด แก้ปวดบวม แก้ลมพิษ ป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันมะเร็งตับ แก้ความดันโลหิตสูง ลดคอเลสเตอรอลในเลือด และบรรเทาอาการโรคเบาหวาน เป็นต้น
ส่วนวิธีการปลูกต้นหอมหัวใหญ่นั้น ควรใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีวางขายกันตามท้องตลาดโดยการปลูกจะแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนใหญ่ๆ คือ การเพาะกล้า และการปลูกกล้าหัวหอม เริ่มแรกจะต้องเอาเมล็ดพันธุ์แช่น้ำไว้ประมาณ 1 คืน เมล็ดไหนลอยน้ำไม่ยอมจม “อนุมานได้เลยว่าเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ไม่สมบูรณ์” เหตุผลที่ต้องนำเมล็ดพันธุ์แช่น้ำก็เพื่อให้เกิดการงอกอย่างสม่ำเสมอ จากนั้นก็ถึงขั้นตอนการเตรียมดิน โดยเอาดินปลูกมาคลุกเคล้ากับปุ๋ยคอก แล้วผสมแกลบดำและขี้เถ้าลงไปด้วย พรวนให้ละเอียดเข้ากันดี รดน้ำให้ชุ่ม ซึ่งแปลงเพาะกล้านี้ เราจะต้องทำให้ดีเพราะต้นกล้าหัวหอมต้องอาศัยอยู่นานถึง 40–45 วัน หรือมีความสูงเท่าดินสอ จึงจะขุดกล้าเอาไปปลูกต่อได้
เริ่มขั้นตอนการเพาะกล้า เราต้องขุดดินขึ้นมาให้เป็นร่อง แล้วหยอดเมล็ดพันธุ์ประมาณ 5–7 เมล็ด แต่ละจุดหยอดให้ห่างกันอย่างน้อย 1 นิ้ว จากนั้นเกลี่ยกลบด้วยดินที่ทำการขุดไว้ แล้วรดน้ำด้วยบัวรดน้ำแบบรูเล็ก เมื่อต้นกล้าอายุได้ 40–45 วัน ให้ถอนกล้าที่อ่อนแอทิ้งไป แล้วเลือกต้นกล้าที่สมบูรณ์เอามาปลูก ซึ่งเราจะต้องเตรียมดินใหม่ โดยใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักชีวภาพที่สลายตัวดีแล้ว ผสมกับน้ำหมักสะเดา คลุกเคล้าให้ทั่ว คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้งให้หนาพอสมควร แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ก่อนนำต้นกล้ามาปลูก ควรตัดยอดใบออกสักเล็กน้อย แต่สำหรับรากที่ติดมา เราจะต้องตัดออกให้หมดไม่ให้เหลือ เพื่อให้ต้นหอมงอกรากเร็ว การปลูกให้แหวกหญ้าแห้งหรือฟางออกให้เห็นดิน แล้วทำการปลูกกล้าหัวหอมลงไป แล้วจึงรดน้ำให้ชุ่มอีกครั้ง
การรดน้ำจะต้องรดเช้าและเย็นอย่าให้ขาด แต่ต้องระวังอย่าให้น้ำขังในแปลงผัก เพราะจะทำให้หัวหอมเน่า พ่นน้ำหมักสะเดาผสมกับปุ๋ยหมักชีวภาพสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แต่เมื่อหัวหอมใหญ่เริ่มโต โดยอายุจะเข้าใกล้วันที่ 100 ตั้งแต่เพาะเมล็ด ให้รดน้ำน้อยลง หรืออาจรดน้ำเฉพาะตอนเช้า เมื่อต้นหอมหัวใหญ่อายุครบ 110 วัน ก็เริ่มเก็บเกี่ยวได้แล้ว
Note
- ชื่อพืชผัก : หอมหัวใหญ่
- ดินปลูกที่เหมาะสม : ดินร่วนซุย
- ต้องการแสง : 4–5 ชั่วโมงต่อวัน
- การรดน้ำ : 2 ครั้งต่อวัน (เช้า-เย็น) ใกล้เก็บเกี่ยวลดเหลือวันละครั้ง
- การให้ปุ๋ย : ปุ๋ยหมักชีวภาพ (สัปดาห์ละครั้ง)

