มะเขือเทศ เป็นพืชผักที่อยู่ในอาหารที่หลากหลายเมนู เป็นได้ทั้งการช่วยตกแต่งจานให้สวยงาม และเพิ่มรสชาติให้อาหาร หรือไม่ก็เอามาปั่นเป็นน้ำผลไม้ สรรพคุณของมะเขือเทศมีมากมาย ตั้งแต่ ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย บำรุงสายตา และช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้นผ่องใส แต่ขอสนับสนุนให้ปลูกกินเอง เพราะส่วนใหญ่เกษตรกรมักนิยมพ่นยาฆ่าแมลง เนื่องจากมะเขือเทศมีศัตรูอยู่ไม่น้อย
ขั้นตอนแรกคือ การเตรียมดิน ธรรมชาติของมะเขือเทศนั้น ชอบดินร่วนปนทราย เพราะมะเขือเทศไม่ได้ต้องการน้ำเจิ่งนองที่โคน แต่ชอบให้น้ำสามารถระบายลงรากได้ดี ไม่ขังจนดินกลายเป็นโคลน ที่สำคัญมะเขือเทศชอบดินที่มีอินทรีย์สูง ดินปลูกที่เหมาะจึงเป็นดินปลูกผสมปุ๋ยคอก แต่ทั้งนี้ ปุ๋ยคอกที่นำมาใช้เตรียมดิน ควรเป็นปุ๋ยคอกผสมแกลบ หรือไม่ก็ฟาง หรือจะเป็นใบไม้ก็ดีไปอีกแบบ ถ้าจะให้ดีควรตวงสัดส่วนให้พอเหมาะ เช่น ดินร่วนปนทราย 3 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน และแกลบ 1 ส่วน (หรือวัสดุธรรมชาติอย่างอื่นก็ได้ เช่น ฟาง หรือใบไม้ เป็นต้น) เพื่อให้ดินปลูกมีการระบายน้ำได้ดี ไม่แน่นจนเกินไป อีกอย่าง ถ้าเราจะทำแบบมืออาชีพ ขอแนะนำให้ใช้ดินที่มีความเป็นกรด–ด่างระหว่าง 4.5 – 6.8 เพราะถ้ามากหรือน้อยไปกว่านี้ จะทำให้ธาตุอาหารบางอย่างในดินมากเกินไป หรือละลายหายไป โดยที่ต้นมะเขือเทศไม่ทันได้ดูดซึมไปใช้ประโยชน์
สำหรับการเพาะเมล็ดมะเขือเทศ ต้องเตรียมดินเพาะเสียก่อน โดยต้องพรวนและเก็บวัชพืชออกให้หมด เมื่อผสมดินกับปุ๋ยคอกเรียบร้อยแล้ว ต้องทำการย่อยดินให้ละเอียด เพื่อให้ระบายได้ดี และภาชนะที่เพาะจะต้องมีรูระบายที่ดี ก่อนทำการเพาะเมล็ดต้องรดน้ำให้ชุ่ม แล้วค่อยโรยเมล็ด “อย่าให้แน่นมาก” จากนั้นรดน้ำตามอีกครั้ง แล้วคลุมด้วยฟาง ทั้งนี้ ใน 1 วัน จะต้องรดน้ำอย่างต่ำ 1 – 2 ครั้ง แค่นี้เป็นอันเสร็จพืธี
เมื่อต้นกล้างอกแล้ว และเกิดใบแท้ขึ้นมา 2 – 3 ใบ เราก็ทำการย้ายไปปลูกในแปลงปลูก โดยทำหลุมลึกสัก 5 – 7 เซนติเมตร จากนั้นกลับมาที่แปลงเพาะ ให้ถอนต้นกล้าที่ไม่แข็งแรง ไม่สมบูรณ์ (มีใบแท้แตกใบเดียว) ทิ้ง ให้เหลือแต่ต้นกล้าที่เราจะเอาไปปลูก แล้วใช้ช้อนพรวนดินขุดต้นกล้าขึ้นมา “อย่าถอนเหมือนหญ้า” เพราะจะกระทบกระเทือนรากของต้นกล้า (ดินเกาะรากแก้วหายหมด) แล้วนำไปปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ จากนั้นทำการเกลี่ยดินให้รอบโคนต้น รดน้ำให้ชุ่มอีกครั้ง ตามด้วยฟางคลุมบางๆ ทั้งนี้ ใน 1 วันควรให้โดนแดดช่วงเช้าไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง และควรรดน้ำอย่างต่ำวันละ 2 ครั้ง
หลังจากย้ายแปลงปลูกแล้ว ประมาณ 35 วัน มะเขือเทศจะเริ่มออกดอกผล ซึ่งช่วงนี้ต้นมะเขือเทศจะขาดน้ำไม่ได้ และควรเติมปุ๋ยคอกผสมแกลบลงผิวดิน แล้วพรวนให้เป็นเนื้อเดียวกันกับดิน จากนั้น รดน้ำให้ชุ่ม และควรระวังการระบายน้ำเพื่อป้องกันรากเน่า หรือเชื้อราที่อาจเกิดขึ้นกับราก
ใช้เวลาปลูกราว 70 วันก็สามารถเก็บลูกมะเขือเทศมารับประทานได้แล้ว
Note
- ชื่อพืชผัก : มะเขือเทศ
- ดินปลูกที่เหมาะสม : ดินร่วนปนทราย
- ต้องการแสง : ช่วงเช้า 4 ชั่วโมง
- การรดน้ำ : 2 ครั้ง/วัน
- การให้ปุ๋ย : ปุ๋ยคอก

