การเตรียมดินสำหรับปลูกผัก

ในการปลูกผัก เรานิยมเพาะเมล็ดในแปลงเพาะ ซึ่งอาจเลือกวิธีไถดินให้ลึกประมาณ 6 – 8 นิ้ว เพื่อพลิกหน้าดินแล้วตากไว้ประมาณ 7 – 10 วัน เพื่อกำจัดไข่แมลงและศัตรูพืชหลายชนิด “ตากแดดสัก 10 วันก็แห้งตายกันหมดแล้ว” จากนั้น จึงค่อยไถคราดเพื่อกำจัดวัชพืชออกให้หมด “โดยเฉพาะรากของวัชพืช ถ้าสับคราดออกเฉพาะต้น แต่รากยังหลงเหลือจมดินอยู่ ไม่นานมันจะงอกขึ้นมาได้อีก” ดังนั้น การกำจัดวัชพืชต้องจัดการชนิดที่ว่า “ถอนรากถอนโคน” ซึ่งอาจเหนี่อยและเสียเวลามาก แต่จะส่งผลสบายในระยะยาว ไม่ต้องเหนื่อยต่อสู้กับวัชพืชอีกต่อไป

ในกรณีที่ดินของเรามีปัญหา เช่น มีค่าความเป็นกรด–ด่าง (pH) ต่ำกว่า 6.5 เราจะต้องหว่านปูนขาวลงดิน ซึ่งนอกจากจะช่วยปรับสภาพความเป็นกรดด่างให้เป็นกลางแล้ว ยังช่วยฆ่าเชื้อโรคในดินอีกด้วย แต่ข้อสำคัญที่จะต้องไม่ลืมก็คือ ก่อนจะหว่านปูนขาว ต้องรดน้ำดินให้ชื้นก่อน เพื่อเร่งให้ปูนทำปฏิกิริยากับดินให้เร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง

เมื่อหว่านปูนขาวเสร็จ ควรปล่อยทิ้งไว้ 5 – 6 วัน ต่อมาก็ทำการยกแปลงดิน เมื่อยกแปลงปลูกเสร็จ ให้พรวนดินในแปลงให้ร่วน แล้วใส่ปุ๋ยคอกมูลสัตว์ โดยเฉพาะปุ๋ยคอกมูลไก่ มีอัตราส่วนของธาตุไนโตรเจนที่สูงมาก “มูลไก่มีไนโตรเจนเป็นอันดับสองรองลงมาจากมูลค้างคาว” จึงเหมาะสำหรับการเพาะเมล็ดอันเป็นช่วงของการเจริญเติบโตที่สำคัญ การใส่ปุ๋ยคอกจะช่วยให้ดินมีความร่วนซุย เจาะหลุมหยอดเมล็ดเตรียมดินได้ง่าย อีกทั้งยังช่วยให้ดินอุ้มน้ำได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยให้มีการระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดีอีกด้วย

เสร็จแล้วแต่งหน้าดินให้เรียบ จากนั้นขุดหลุมหยอดเมล็ดพันธุ์ ถึงขั้นตอนนี้มีเทคนิคสำคัญคือ หลังจากขุดหลุมหยอดเมล็ดพันธุ์แล้ว ให้ผสมปุ๋ยคอกมูลสัตว์และ/หรือปุ๋ยหมักชีวภาพกับดินละเอียด คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำไปกลบปากหลุมที่หยอดเมล็ดพันธุ์ เสร็จแล้วคลุมทับหน้าดินอีกครั้ง ด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง “แต่อย่าคลุมหนาจนเกินไป”

สำหรับการเพาะแบบหว่านเมล็ดพันธุ์ลงแปลง หลังจากหว่านเมล็ดแล้ว ควรใส่ปุ๋ยคอกมูลสัตว์ หรือปุ๋มหมักชีวภาพ (ซากพืชซากสัตว์) ที่ย่อยสลายดีแล้ว “จะให้ดีใส่ทั้งปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก” โรยทับหน้าดินบางๆ จากนั้นคลุมทับหน้าดินอีกครั้ง ด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง “แต่อย่าคลุมหนาเสียจนดินไม่โดนแดด”